The Pasta Apartment ร้านอาหารที่เป็นให้เรามากกว่านั้น

The Pasta Apartment เป็นร้านอาหารที่มีขนาดแค่หนึ่งห้องอะพาร์ตเมนต์ ตั้งอยู่ที่ชั้นหกในคอนโดแห่งหนึ่งหลังโลตัส ประชาชื่น ไม่ได้มีป้ายหน้าร้านอะไรติดอยู่ด้านล่างของตัวอาคาร ไม่ได้มีป้ายห้อยออกมาบอกจากบนระเบียง ถ้าไม่มี Facebook Page ของร้านและรูปที่อยู่ในนั้น เราก็คงจะไม่มีทางหาร้านเจอได้เลยจนกว่าจะโทรถามกับร้านว่าต้องเดินเข้าไปทางไหน ด้านในร้านเป็นห้องพักที่ถูกตกแต่งใหม่กลายเป็นร้านอาหารโดยฝีมือฟิลิปโป้ เชฟของร้านที่รับหน้าที่ทำอาหารให้เรากินตลอดทั้งคืนรวมถึงคอยแวะออกมาพูดคุยกับพวกเราเป็นระยะ ฟิลิปโป้บอกเราว่าเฟอร์นิเจอร์แทบทั้งหมดที่เห็นเป็นของที่เขาทำขึ้นเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางของตามผนัง หรือโซฟาที่เราใช้นั่งพักข้างโต๊ะอาหาร ถ้าให้พูดกันตามตรง หนึ่งในสิ่งที่เป็นจุดเด่นของร้านนี้นอกจากอาหารอิตาเลียนรสชาติเยี่ยมแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นการตกแต่งและบรรยากาศที่เป็นกันเองอย่างน่าเหลือเชื่อในร้าน ที่ให้ความรู้สึกไม่ต่างกับการไปกินข้าวที่บ้านของเพื่อนสนิท มากเสียจนทำให้เพื่อนเราคนหนึ่งลงไปนอนพักหลับบนโซฟาระหว่างรออาหารได้เหมือนกับอยู่บ้านของตัวเองเลย ขนมปังกระเทียมที่มาเป็นของรองท้องก่อนเป็นจานแรกและหมดไปอย่างรวดเร็ว ซุปปลาที่ฟิลิปโป้บอกกับพวกเราว่าความจริงชื่อของมันคือ Guazzetto ไม่ใช่ Soup เพียงแต่มันไม่มีคำแปลตรงตัวในภาษาอื่น ถ้าจะให้เปรียบเทียบก็คงคล้ายซุปที่มีน้ำน้อยคล้ายกับแอ่งน้ำที่เราพบเห็นได้ตามข้างทางเวลาฝนตก เป็นเรื่องบังเอิญที่ในวันนั้นฝนเกิดตกลงมาพอดี ถ้าจะเปรียบกับอะไรก็คงจะเป็นถนนกรุงเทพตอนฝนตกละมัง หรือถ้าเรียกให้คุ้นปากคนไทยหน่อยก็คงต้องเรียกมันว่าซุปขลุกขลิกคงใกล้เคียงที่สุดแล้ว บรรยากาศที่เป็นกันเองภายในร้านขนาดเล็กที่มีแค่ห้องครัว ห้องทานข้าว ห้องน้ำ และฟิลิปโป้ที่เดินออกมาพูดคุยกับเราเป็นระยะไม่ต่างอะไรกับการไปกินข้าวกับเพื่อน นอกจากบรรยากาศของร้านแล้ว สิ่งที่เราลืมพูดถึงไม่ได้ก็คงเป็นอาหารในร้าน ที่ต้องขอยอมรับว่าเป็นอาหารอิตาเลียนในรสชาติที่หาไม่ค่อยได้ในเมืองไทย หรืออย่างน้อยก็ในกรุงเทพ มันไม่ได้มีรสชาติเหมือนอาหารในร้านหรูหราชื่อดัง แต่กลับมีรสอร่อยแบบบ้านบ้านที่คุ้นปากติดลิ้นมากกว่า ไม่ต่างอะไรกับการไปบ้านที่มีเพื่อนเป็นพ่อครัวและเขาทำอาหารมื้อใหญ่มาเลี้ยงเราเลย ที่สำคัญ ด้วยการที่เราต้องสั่งอาหารล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่นัดจองที่ร้าน ทำให้ใครที่แพ้อาหารบางชนิดหรือไม่ชอบรสชาติแบบไหนสามารถบอกกับทางร้านก่อนได้ เพื่อให้ร้านจัดเตรียมอาหารในแบบที่เราจะพึงพอใจที่สุดรอไว้ให้ จะเป็นคนกินยากแบบไหน มาที่ร้านนี้รับรองว่าสามารถกินได้ทุกเมนูอย่างแน่นอน พาสตาจานใหญ่ที่กินกันห้าคนยังไม่หมดและอิ่มจนแน่นท้อง ฟิลิปโป้กำลังจัดจานหมึกยัดใส้อยู่ในครัวด้านหลัง หมึกยัดใส้ตัวมหึมาพร้อมใส้หนาแน่นที่กินพร้อมน้ำตาเพราะตอนนั้นอิ่มกันจนท้องแทบแตกออกมา แต่ก็ยังคงพยายามกินกันต่อไปเพราะรสชาติของอาหาร Panna …

Continue reading The Pasta Apartment ร้านอาหารที่เป็นให้เรามากกว่านั้น

น้ําตกจ๊อกกระดิ่นเดือนกรกฎาคม

Extrovert ที่เที่ยวคนเดียว

ปีสองปีมานี้ไปเที่ยวกับคนอื่นตลอดเลย พอได้กลับมาลองเที่ยวคนเดียวก็พบว่า ไปเที่ยวคนเดียวยังไงก็ดีกว่าจริง ๆ ด้วย ไปกับเพื่อน ก็ได้เฮฮาแค่กับกลุ่มเพื่อน ไปกับครอบครัว ก็ได้แค่ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว ไปคนเดียวทริปนี้ เราได้ขึ้นกระบะนั่งคุยกับตชด. ได้หลบฝนปิ้งไก่กับฝรั่งสี่ห้าคน ได้ห้อยรถถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวคราวแม่สามคน ได้นั่งดื่มเล่นกับชาวบ้าน ได้นั่งคุยเล่นกับแม่ค้าข้างทาง ได้ไปนั่งเย็บหมอนกับโฮมสเตย์ที่ไปพัก เราไม่ได้ชอบอยู่คนเดียว แต่ที่เราชอบเที่ยวคนเดียวเพราะว่าเราคือ Extrovert ที่รู้สึกเหี่ยวเฉาและต้องการการเข้าสังคมมากกว่าแค่กลุ่มเดียวตลอดทริป เพราะแค่คนกลุ่มเดียวมันไม่พอ..

บ่อน้ำบ้านอีต่องในหมอกตอนฝนตก

บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก หมอก ป่า และภูเขา

เนื่องจากช่วงปีที่ผ่านมาไม่ได้ว่างไปเที่ยวที่ไหนเลย ใน Blog นี้ก็เลยเต็มไปด้วยเรื่องราวอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด แต่ในที่สุดวันนี้เราก็ได้เริ่มกลับไปลุยเที่ยวกันอีกแล้ว และครั้งนี้เป้าหมายของเราก็คือ บ้านอีต่อง – เหมืองปิล็อก นั่นเอง ที่มาของทริปนี้ต้องบอกเลยว่ามาจากความใจง่ายล้วน ๆ คือในระหว่างที่กำลังนั่งทำงานอยู่เราดันได้ยินพี่ ๆ ในออฟฟิศที่นั่งอยู่ข้างหลังพูดว่า “ช่วงนี้ปิล็อกสวย” ไอ้เราก็สงสัย อะไรคือ [ปิล็อก] วะ ก็เลยลองเข้า Google ไปค้นดู… รู้ตัวอีกทีเย็นนั้นก็จองที่พักไปแล้ว สัปดาห์ต่อมาก็เดินทางเลย บอกแล้วว่ามาจากความใจง่ายล้วน ๆ เราเริ่มออกเดินทางจากบ้านในกรุงเทพฯตั้งแต่ตีห้า ไปถึงบขส. หมอชิตที่ยังคงเงียบและวังเวงอยู่พอสมควรก่อนจะซื้อตั๋วรถเพื่อเดินทางต่อไปยังกาญจนบุรี แล้วพอรู้ตัวอีกทีเราก็มานั่งมึนรอรถอยู่ที่กาญแล้ว หลังจากที่นั่งรอได้ไม่นานยังไม่ทันได้ตั้งสติดี ลุงคนขับรถที่น่าจะมีประสบการณ์ขับรถไปกลับเส้นทางนี้มามากกว่าอายุเราก็กระโดดขึ้นมา ติดเครื่อง แล้วก็ออกรถไปทันที รถเมล์เก่าส่งเสียงเครื่องดังเหมือนจรวดที่กำลังถูกปล่อยตัวทุกครั้งที่ต้องขึ้นเนินแบบเอื่อย ๆ แถมลุงคนขับก็ตะโกนบอกผู้โดยสารทุกคนที่ขึ้นลงตลอดว่า “เร็วครับ รถทำเวลาครับ” แน่สิ มันก็ต้องรีบทำเวลาล่ะนะ เพราะแค่แรงขับขึ้นเนินของรถยังแทบจะไม่มีเลย หลังจากนั่งรถไปเกือบสามชั่วโมงด้วยความช้าเหมือนเต่าคลาน สุดท้ายเราก็มาถึงตัวเมืองอําเภอทองผาภูมิ และเจอรถสองแถวสีเหลืองที่เต็มไปด้วยชาวบ้านท้องที่ กำลังติดเครื่องขับขึ้นอีต่อง ด้วยความรีบร้อนขี้เกียจรอรถใหม่ เราก็เลยกระโดดขึ้นรถคันข้างหน้าไปเลย ที่เหลือค่อยว่ากัน แล้วสิ่งดีงามสุด ๆ ก็เกิดขึ้นกลางทาง พอนั่งรถไปได้ชั่วโมงกว่าฝนก็ตกจ้า ตกหนักสลับตกเบาสลับตกหนักวนไปตลอดจนขึ้นไปถึงบ้านอีต่องข้างบนในที่สุด […]

เรือสีน้ำเงินริมหาด อินโดนีเซีย เกาะกิลี Gili Indonesia

อินโดนีเซียกับการฝ่าพายุ โดนจับ และเกือบจมน้ำตาย

ช่วงนี้เราอยู่แต่ที่บ้าน งานก็ทำที่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหนเลย พอมานั่งคุ้ยรูปเก่า ๆ ก็ทำให้คิดถึงประสบการณ์ที่ไปเจอมาในแต่ละที่ แล้วเราก็ไปเจอรูปจากทริปอินโดนีเซียเข้า ก็เลยนึกอะไรหลาย ๆ อย่างขึ้นมาได้ กับประสบการณ์ที่เจอมา ความทรงจำที่จำยันวันตายของการไปอินโดนีเซีย เราว่ายน้ำตามเต่า แล้วโดนน้ำพัดลอยออกนอกเกาะไปไกลถึงจุดที่คนเขาขึ้นเรือไปดำน้ำกัน หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเราคิดอะไรอยู่ เราเลยเลือกที่จะค่อย ๆ ว่ายน้ำกลับเข้าหาฝั่งจนสุดท้ายเราก็กลับมาได้ สภาพของเราตอนนั้นคือแทบยืนไม่อยู่ ปวดหัว เหนื่อย หอบ เอาจริง ๆ ก็แทบจะวูบไปกลางน้ำแล้วรอบนึงด้วยซ้ำ หลังจากนั้นวันนั้นก็นอนหลับเป็นตายไปเลยทั้งคืน แผนอะไรที่คิดไว้สลายหายไปหมดกับไอ้เต่าตัวนั้น อย่างน้อยก็ยังดีที่ไม่ได้ตามมันไปถึงปราสาทมังกรล่ะนะ เราได้ลองกินดอกกะหล่ำต้มและบดโดยไม่ผ่านการปรุงรส ปริมาณหนึ่งชามถ้วน รสชาติที่จำยันวันตาย ความจืด เหม็นผัก และไร้รสชาตินั่น เราโดนจับเป็นครั้งแรกในต่างประเทศ ตอนนั้นเราเดินเล่นไปเรื่อย ๆ จนเจอกับประภาคารสูง เราเล็งเอาไว้แล้วว่าเย็นนี้แหละ เราจะชมพระอาทิตย์ตกจากยอดประภาคารนี้ พอตกเย็นเราก็ซื้อเบียร์ เตรียมของให้พร้อม ดูลาดเลา พอยามไม่เห็นเราก็ปีนข้ามรั้วเหล็กที่สูงท่วมหัวเข้าไปด้านใน ปลดล็อคประตูที่ล็อคไว้ด้วยทักษะเล็ก ๆ ที่เราเก็บมาจากสมัยมัธยม จากนั้นเราก็เริ่มปีน ปีน ปีนไปได้เกือบครึ่งทางก่อนที่เราจะได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากด้านล่าง พอมองลงไปสิ่งที่เห็นก็คือเจ้าหน้าที่ผิวเข้ามล่ำบึกจำนวนสามหรือสี่คนนี่ล่ะ กำลังตะโกนไล่ให้เราลงมา สุดท้ายเราก็ต้องยอมปีนลงมา แล้วก็ต้องเคลียกับเขาอยู่พักใหญ่จนพลาดพระอาทิตย์ตกของวันนั้นไปเลย อย่างน้อยก็ยังดีที่ไม่มีเรื่องอะไรมากหลังจากนั้น …

Continue reading อินโดนีเซียกับการฝ่าพายุ โดนจับ และเกือบจมน้ำตาย

กิจกรรมบนชายหาย เด็กแก้ผ้า ตูดเด็ก คนยืนมอง

ทำไมมนุษย์ส่วนใหญ่ถึงชอบทะเล?

ทั้งคนบนเรือที่ใช้ชีวิตอยู่กลางทะเล คนในเมืองที่มาท่องเที่ยวพักผ่อนริมทะเล ชาวบ้านที่ใช้ชีวิตหากินกับทะเล เพราะมันสวย? หรือเพราะว่ามันสงบ หรือเพราะว่ามวลน้ำเค็มขนาดใหญ่มันแปลกประหลาด หรือเพราะว่ามันยังมีอะไรเกี่ยวกับทะเลอีกมากที่พวกเรายังไม่รู้ หรือบางคนอาจจะไม่ได้ชอบทะเลก็ได้แค่ชอบอาหารที่ทำจากสัตว์ทะเล? ทำไมตลอดเวลาในเรื่องราวที่ผ่านมาของมนุษยชาติก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับทะเลเต็มไปหมด ทำไมมนุษย์ถึงผูกพันกับทะเลขนาดนั้น น้ำก็ดื่มไม่ได้ แถมยังไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในนั้นด้วย ว่าแล้วก็อยากไปเที่ยวทะเล นั่งฟังเสียงคลื่นสบาย ๆ จังเลย

ใบไม้เปลี่ยนสีที่ฮอกไกโด

Music of The Earth

มาแชร์เพลงที่ชอบกันเถอะ แค่ใส่เพลงลงไปใน Playlist คนละ 5 เพลง แล้วแชร์โพสนี้ออกไป เรามาดูกัน Playlist นี้จะไปได้ไกลแค่ไหน https://open.spotify.com/playlist/6QrMXmS3gQFnHTBv35LZBx… ========== To you, Just put your favourite song in, 5 songs per person. And share it to the world, hope this playlist will keep getting bigger and bigger. Let's unite The Earth with the power of music. https://open.spotify.com/playlist/6QrMXmS3gQFnHTBv35LZBx…

กล่องสี่เหลี่ยมซ้อนกันที่พังทลาย

Disruption มันปรกติ

ช่วงไม่กี่ปีมานี้โดยเฉพาะตอนนี้ เราจะได้ยินกันตลอดเรื่องระวังจะโดน Disruption นะ ของเก่าจะตายไปบลาๆ ก็เลยอยากมาบ่นอะไรให้ฟัง เพราะสังคมเราที่มีคนหลากหลาย ก็จะมีคนหลายกลุ่มที่มีวิธีรับมือกับการเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนกัน บางคนก็เป็น Super Early Adopter ด้วยแนวคิดว่า โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว เราต้องรีบปรับตัว แล้วก็วิ่งเข้าหาสิ่งใหม่อยู่ตลอดโดยไม่สนหรอกว่ามันดีกว่าของเก่ายังไง เอาเป็นว่ามันดีกว่าแหละ ป่ะ ลุย ไปดิ Go Go Go Go คนบางกลุ่มก็ไม่ยอมปรับตัว นั่งมองโลกเปลี่ยนผ่าน โทษฟ้าโทษดิน แล้วก็ค่อยๆ ตายไปในที่สุดถ้าดันซวยไปอยู่ในจุดที่จะโดนของใหม่เข้าแทนที่ แถมก่อนตายยังโทษทุกอย่างที่ไม่ใช่ตัวเองอีกนะ บางคนก็ไม่ได้อยากเปลี่ยนหรอก แต่รู้ว่าจะตายถ้าไม่เปลี่ยน ก็เลยต้องพยายามปรับพยายามเปลี่ยนกันไปเพื่อให้อยู่รอด พวกที่คอยดูอยู่เสมอว่าอะไรจะเปลี่ยน เปลี่ยนเพราะอะไร แล้วปรับเปลี่ยนแค่ในส่วนที่มองแล้วว่าดีกว่า อะไรเดิม ๆ ที่คิดว่ายังใช้ได้ก็เก็บไว้ แล้วก็สัตว์ประหลาดที่ยืนจ้องคนทั้งโลกทำหน้าอิหยังวะใส่ แล้วถามว่า "เปลี่ยนไม ใครเปลี่ยน ไม่เปลี่ยนเว้ย !" แล้วสุดท้ายไอ้กลุ่มนี้มันก็ผ่านกระแสโลกไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนอะไรจริงๆ แต่สุดท้าย ไอ้เรื่องการเปลี่ยนแปลงพวกนี้มันก็ไม่ใช่อะไรใหม่ เพราะโลกเรามันย่อมพัฒนาหรือถดถอยตลอดเวลา ไม่เปลี่ยนไปเร็วกว่าที่ควร ไม่เปลี่ยนช้ากว่าที่ควร แต่จะเปลี่ยนในแบบที่มันเป็นเสมอ แค่มันจะมาเวลาไหนในจังหวะชีวิตใครเท่านั้นเอง นั่นแหละ แค่อยากมาพิมพ์ทิ้งไว้ …

Continue reading Disruption มันปรกติ

ภาพเมืองฮาโกะดาเตะ จากยอดเขาฮาโกะดาเตะ ฮอกไกโด ญี่ปุ่น

ลืม

เราแค่อยากมาเขียนอะไรไว้หน่อยก่อนลืม คือเราเป็นคนความจำดีมาก จำได้หมดทุกดีเทลที่ต้องจำถ้าคิดจะจำ จะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนเมื่อสิบกว่าปีหรือยี่สิบปีที่แล้วเราก็จำได้ แต่ในทางกลับกันเราก็เป็นคนขี้ลืมมากเช่นกัน เพราะถ้าอะไรที่เราไม่ติดแท็กในหัวไว้ว่าต้องจำ แค่เดินจากห้องนอนออกนอกประตูบ้านเราก็ลืมมันได้แล้ว พอยิ่งนานวันเข้ามันก็ยิ่งทำให้เราลืมเรื่องเก่า ๆ ไปเยอะมาก เราจำหน้าเพื่อนไม่ได้ เราจำชื่อเพื่อนไม่ได้ เราจำชื่อครูสมัยมัธยมและหน้าตาไม่ได้เกิน 90% ขนาดห้องเรียนสมัยมัธยมเรายังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตรวมถึงประสบการณ์ดี ๆ ที่เรามี ถ้าที่บ้านเราไม่ได้มีรูปถ่ายยายตัวเองตั้งไว้ตลอด เราก็คงลืมหน้ายายตัวเองไปแล้ว เราเคยลืมแม้กระทั่งชื่อแม่ของตัวเอง เพราะเราไม่ได้สั่งให้ตัวเองจำ เราลืมมันทุกอย่างเพราะเราตั้งค่ามันไว้ว่าไม่จำเป็นต้องจำ ซึ่งส่วนใหญ่มันคือของใกล้ตัว สิ่งที่เราคิดว่ามันจะอยู่กับเราไปตลอด แต่วันนึงพอเราไม่ได้อยู่กับสิ่งนั้นแล้วเราก็ลืมมันจนหมด เพราะเราลืมเตือนตัวเองว่าอย่าลืมจำเรื่องนี้ ดูอย่างรูปที่เราใช้เป็นรูปเปิดหัวสิ รูปนี้คือตัวเปิดประเด็นบทความนี้เลย เมื่อเช้าเรามาเปิดคอมไล่ดูรูปเก่า ๆ ที่เรามีเพื่อจะเคลียรูป แล้วเราก็มาเจอกับรูปนี้ เราชอบมันมากเลย แต่เราจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเราถ่ายรูปนี้ตอนไหน หรือเราถ่ายมันทำไม กลายเป็นช่องว่างขาว ๆ ในความทรงจำของเรา -- ถึงหลายคนที่พยายามจะลืมอะไรซักอย่าง เชื่อเราเถอะ การลืมอะไรซักอย่างมันไม่ได้สวยงามขนาดนั้นหรอก ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์แย่ที่เลวร้ายจนไม่อยากนึกถึง หรือความทรงจำที่ดีจนอยากจะจำทุกวินาทีไปชั่วชีวิต ทุกอย่างมันช่วยสอนและหล่อหลอมให้เราออกมาเป็นตัวเราได้ในทุกวันนี้ แต่ถ้าเราลืมมันไป สุดท้ายเราก็จะเป็นแค่ก้อนผลลัพธ์จากประสบการณ์ชีวิตของเรา โดยที่เราไม่รู้เลยว่ากว่าจะมาเป็นเราจนถึงทุกวันนี้มันผ่านอะไรมาบ้าง เพราะฉะนั้น ไม่ต้องไปพยายามลืมอะไรหรอก เพราะพอคุณรู้ตัวว่าคุณจำเรื่องสำคัญบางอย่างในชีวิตไม่ได้แล้ว มันน่าเสียดายนะ

คนทาสีหน้าเป็นตัวตลก

Joker: หนังของคนขี้แพ้ ที่ตอกย้ำคนขี้แพ้

(แจ้งให้ทราบ - นี่ไม่ใช่การรีวิวหัวข้อนั้นเราจะเก็บไว้เขียนทีหลัง นี่เป็นเพียงการเขียนถึงหนังเรื่องนี้จากความรู้สึกของผู้เขียนเท่านั้น) *คำเตือน เนื่องจากเป็นการเขียนขึ้นจากความคิดและความรู้สึกของผู้เขียน บทความนี้จะเต็มไปด้วยความ Bias เสียดสี จิกกัด แรง และไม่เกรงใจใครทั้งนั้น รวมถึงจะเต็มไปด้วยถ้อยคำที่อาจจะกำลังว่าผู้อ่านอยู่ แถมยังเขียนวกไปวนมา เพราะเราจะเขียนแบบ First Draft ปล่อยเลย ไม่มาแก้คำแต่งนู่นนี่นั่นโน่นทั้งนั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน *หากผู้เขียนมีการแทนตัวเองในหลากหลายรูปแบบ กรุณาอย่าสนใจมันเป็นแค่การแสดงความคิดของเราเท่านั้น อย่างที่บอก บทความนี้จะเต็มไปด้วยความ Bias จากแนวคิดของผู้เขียน เริ่มเลยแล้วกัน ขอตัดบทคนที่จะหาว่าเราโวยวายอะไรก็ไม่รู้ว่า มันเป็นหนังที่ ภาพ สี แสง เสียง การแสดง ดีมากเว้ย ไปดูเถอะจริง ๆ ในส่วนนี้ขอยกนิ้วให้เลย อ่านมาถึงตรงนี้ใครที่อยากเห็นรีวิวหนังก็ปิดได้แล้วนะ ที่เหลือเราจะบ่นแล้ว คือ Joker น่ะ มันเป็นหนังของไอ้ผู้ชายขี้แพ้คนนึง ที่เป็นโคตรคนขี้แพ้ในสังคมเท่านั้นเอง ถ้าใครที่ดูมาแล้ว หรืออ่านบทความนู่นนี่นั่นของคนอื่นมาแล้วกำลังจะแย้งเราว่า "เฮ้ยก็ในหนังมันบอกว่า Arthur ป่วยไง" (ผมขอเขียนชื่อนี้นะมันพิมพ์ง่ายกว่า) คือในมุมมองของเรานะ ไอ้คำว่าป่วย เป็นโรคทางจิต เป็นโรคบลา …

Continue reading Joker: หนังของคนขี้แพ้ ที่ตอกย้ำคนขี้แพ้